13 ธันวาคม 2564 จุดเริ่มต้นของอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา สู่มรดกโลกทางวัฒนธรรม

ที่มา: https://www.silpa-mag.com/history/article_16192

อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ตั้งภายในเกาะเมืองอยุธยา อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา กรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานีสำคัญอีกแห่งหนึ่งในประวัติศาสตร์ของประเทศไทย ดำรงความสำคัญสืบเนื่องตั้งแต่ พ.ศ.๑๘๙๓–๒๓๑๐ รวม ๔๑๗ ปี ด้วยภูมิสถานเมืองที่เอื้อต่อการติดต่อสัมพันธ์กับดินแดนต่าง ๆ ทั้งที่อยู่ภายในผืนแผ่นดิน และดินแดนโพ้นทะเล สร้างความมั่นคงทางการเมืองการปกครองและความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจ การศึกษาเกี่ยวกับโบราณสถานของกรุงศรีอยุธยาเริ่มขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระยาโบราณราชธานินทร์
(พร เดชะคุปต์) ขุดแต่งพระที่นั่งบางองค์ในเขตพระราชวังหลวง ต่อมา ในสมัยจอมพลแปลก พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรี ได้ริเริ่มโครงการบูรณะพระที่นั่ง และวัดสำคัญในกรุงศรีอยุธยา โดยมอบหมายให้กรมศิลปากรเป็นหน่วยงานดำเนินการ หลังจากนั้นจึงมีโครงการสำรวจ ขุด แต่ง และบูรณะโบราณสถาน นับแต่ พ.ศ. ๒๕๑๒ เพื่อการอนุรักษ์เมืองประวัติศาสตร์แห่งนี้ นำมาสู่การประกาศเขตโบราณสถานเมืองพระนครศรีอยุธยาใน พ.ศ. ๒๕๑๙

โบราณสถานสำคัญในเขตพื้นที่นี้ อาทิ พระราชวังโบราณ วัดพระศรีสรรเพชญ์ วัดมหาธาตุ วัดราชบูรณะ วัดพระราม และวิหารวัดมงคลบพิตร ครอบคลุมพื้นที่รวม ๑,๘๑๐ ไร่ โครงการฯ ดังกล่าวพัฒนาเป็นโครงการในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๔ นับแต่ พ.ศ. ๒๕๒๐ เป็นต้นมา และใน พ.ศ. ๒๕๓๐ กรมศิลปากรเสนอแผนแม่บทนครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยาขึ้น เพื่อการอนุรักษ์ และพัฒนานครประวัติศาสตร์แห่งนี้ ต่อมา พ.ศ. ๒๕๔๐ กรมศิลปากรประกาศเขตโบราณสถานเพื่อการอนุรักษ์เพิ่มเติม ครอบคลุมพื้นที่เกาะเมืองอยุธยา และพื้นที่รอบเกาะเมืองที่พบหลักฐานทางประวัติศาสตร์โบราณคดีรวม ๓,๐๐๐ ไร่ โบราณสถานสำคัญในพื้นที่นี้ ได้แก่ พระราชวังจันทรเกษม กำแพง และป้อมปราการเมืองของกรุงศรีอยุธยา วัดไชยวัฒนาราม วัดพุทไธสวรรย์ วัดพนันเชิง วัดภูเขาทอง หมู่บ้านโปรตุเกส หมู่บ้านฮอลันดา หมู่บ้านญี่ปุ่น ฯลฯ

อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยาได้รับการประกาศเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม ภายใต้ชื่อนครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา จากการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญ ครั้งที่ ๑๕ ณ กรุงคาร์เธจ ประเทศตูนีเซีย เมื่อวันที่ ๑๓ ธ.ค. พ.ศ. ๒๕๓๔ นับเป็นมรดกโลกตามบัญชีในลำดับที่ ๕๗๖